ค้นหาภูมิปัญญาท้องถิ่น สถานที่สำคัญ และกิจกรรมดีๆ ในจังหวัดลพบุรี
ประเภทสถานที่แล..
ตั้งอยู่ที่ตำบลทะเลชุบศร ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 4 กิโลเมตร พระที่นั่งแห่งนี้ เป็นที่ประทับอีกแห่งหนึ่งของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช องค์พระที่นั่งตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลชุบศร ซึ่งในสมัยโบราณเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีเขื่อนหินถือปูนล้อมรอบ สมเด็จพระนารายณ์ฯ โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อทรงสำราญพระราชอริยาบถ จากบันทึกของชาวฝรั่งเศสได้กล่าวถึงทำเลที่ตั้งพระที่นั่งไกรสรสีหราชไว้ว่า \"เป็นที่เหมาะสมสำหรับมองท้องฟ้าได้ทุกด้านและมีพื้นที่กว้างมากพอสำหรับการติดตั้งเครื่องมือ\" โดยบุคคลที่กล่าวประโยคนี้คือหนึ่งใน คณะฑูตชุดแรกที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งประเทศฝรั่งเศสส่งมาเจริญสัมพันธไมตรีพร้อมบาทหลวงเจซูอิตกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อปี 2228 จากนั้นจึงมีรับสั่งให้สร้างพระที่นั่งไกรสรศรีหราชขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่ประทับพักร้อน และใช้สำรวจจันทรุปราคา หลักฐานทางประวัติศาสตร์ครั้งนี้ยังเป็นบอกให้รู้ว่าการศึกษาวิชาดาราศาสตร์สมัยใหม่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ณ พระที่นั่งเย็นเมืองลพบุรี โดยโครงสร้างพระที่นั่งไกรสรสีหราชเป็นอาคารทรงไทยชั้นเดียว แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนหน้าเป็นห้องโถงมีมุขเด็จ ส่วนกลางเป็นที่ประทับส่วนพระองค์และส่วนหลังซึ่งเป็นที่พักฝ่ายใน ผังอาคารเป็นทรงจัตุรมุข ตรงมุขหน้ามีมุขเด็จยื่นออกมาและมีสีหบัญชรกลางมุขเด็จก่อด้วยอิฐสอปูน ประตูหน้าต่างทรงสี่เหลี่ยมสอบเข้าหากัน ซุ้มหน้าต่างและซุ้มประตูทำเป็นซุ้มเรือนแก้ว ทำด้วยปูนปั้นบริเวณพระตำหนักกั้นด้วยฉนวนหรือเขื่อนเพชร ทั้งด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก นอกเขื่อนเพชรทางด้านทิศเหนือและทิศใต้ของพระที่นั่งส่วนแรก แต่ปัจจุบันหลงเหลือเพียงกำแพง และผนังแต่ความขลังของสถานที่ยังคงมิเสื่อมคลาย รู้ก่อนเที่ยว สำหรับการเที่ยวโบราณสถานบ้านวิชาเยนทร์ โบราณสถานปรางค์สามยอด และโบราณสถานวัดพระศรีมหาธาตุ สามารถซื้อบัตรรวมเพื่อเข้าชมโบราณสถานทั้ง 3 แห่ง ได้ในราคาคนไทย 30 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท
ประเภทสถานที่แล..
วัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร (พระอารามหลวง) ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งพระเมรุมาศจำลอง ของจังหวัดลพบุรี ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จะด้วยเพราะเหตุอันใด ทำไมวัดแห่งนี้จึงได้เป็นสถานที่ตั้งพระเมรุมาศจำลองประจำจังหวัดลพบุรี วันนี้ทางเพจเรารัก\"ลพบุรี\" ขอนำประวัติความเป็นมาของวัดเขาพระงามแห่งนี้มาให้อ่านกันครับ วัดเขาพระงาม เดิมเป็นวัดร้างสร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน เป็นวัดที่สำคัญเก่าแก่วัดหนึ่งของเมืองลพบุรี มีหลักฐานทางโบราณสำคัญมากมาย อาทิ พระพุทธไสยาสน์ที่ประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำพญามังกรสร้างด้วยศิลาแลงโบราณ ซากฐานพระสถูปเจดีย์เก่าบนยอดเขา ซากกำแพงเก่าที่ปรากฏบริเวณเชิงเขา ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างมาในราว พ.ศ. ๑๑๐๐ เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๕ พระอุบาลีคุณูปรมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) เจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ กับพระครูปลัดอ่ำภัทราวุโธ และพระทา ได้ธุดงค์มาพักในถ้ำเขาพระงาม ได้เห็นสถานที่ดีพระครูปลัดอ่ำจึงได้ไปขออนุญาตท่านเจ้าคุณออกไปพักเพื่อหาความวิเวกส่วนตัวนอกถ้ำ ท่านเจ้าคุณอนุญาต ช่วงต่อมาพระครูปลัดอ่ำ ได้ไปส่งท่านเจ้าคุณสิริจันโทกลับเข้ากรุงเทพฯ โดยให้พระทารออยู่ในถ้ำ เมื่อส่งเจ้าคุณแล้วกลับมาที่ถ้ำพระครูปลัดอ่ำได้พบพระสังกิจโจ (ลำเจียก) มาจำพรรษาอยู่ที่เขาพระงามด้วย จึงได้เริ่มก่อสร้างถาวรวัตถุขึ้น โดยมีพระยาสมบัตยาบาล (ทรัพย์) ได้ร่วมปฏิสังขรณ์ถ้ำถวาย คือ ก่อฝาผนังด้วยศิลาถือปูนซีเมนต์มีประตู ๑ ช่องหน้าต่าง ๔ ช่อง เทลาดพื้นด้วยซีเมนต์ และปฏิสังขรณ์พระพุทธไสยาสน์ในถ้ำด้วย สิ้นเงินไปกว่า ๑,๓๐๐ บาท และได้จารึกหน้าถ้ำว่า “ถ้ำภัทราวุโธ ร.ศ.๑๐๓” ตามนามของพระครูปลัดอ่ำภัทราวุโธ ในการปฏิสังขรณ์ถ้ำแต่ยังเหลือปูนซีเมนต์อีก ๓ ถัง ท่านพระครูปลัดจึงได้หารือกับจีนผู้เป็นนายช่างว่าจะเก็บพระพุทธรูปที่อยู่ ในถ้ำซึ่งหักพังรวมกันก่อเป็นพระสังกัจจายน์ช่างจีนก็รับว่าจะทำได้ ท่านจึงมีหนังสือไปหารือท่านเจ้าคุณทางกรุงเทพฯ ถึงเรื่องนี้ท่านเจ้าคุณได้ตอบว่าเธอจะคิดทำก็ควรแต่พระพุทธรูปถึงจะหักพัง ก็ยังนับว่า เป็นรูปพระพุทธเจ้าเธอจะเอามารวมให้เป็นรูปพระสังกัจจายน์ ซึ่งเป็นสาวกดูไม่สู้เหมาะ คนบางคนเขาจะติเตียน ปูนที่เหลือเธอก่อถังน้ำฝน ไว้ใช้เถิดออกพรรษาแล้วฉันจะไปหาเธอเพื่อหารือในการสร้างพระใหญ่กันอีกที ครั้นถึงเดือน ๑๒ ท่านได้มาพักที่ถ้ำได้ตกลงกันในการที่ จะสร้างพระใหญ่ต่อไป ดังที่ปรากฏในคำปรารภของท่านและคำจารึกในแผ่นศิลาแท่นพระใหญ่ทั้ง ๒ คราว สั้นเงิน ๖๓,๐๐๐ บาท เศษ อย่างไรก็ตามเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯ มาที่วัดนี้และทรงทราบเรื่องราวความเป็นมา จึงได้พระราชทานนามวัดให้ใหม่ว่า “วัดสิริจันทรนิมิต” และต่อมาได้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๙ ในชื่อว่า “วัดสิริจันทรนิมิตวรวิหาร” แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังเรียกว่า “วัดเขาพระงาม” ตามชื่อของตำบล เนื่องจากภายในวัดแห่งนี้มีบริเวณเป็นเชิงเขาที่โอบล้อมไปด้วยผืนป่าอันเขียวขจี ได้ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่สีขาวทั้งองค์ โดยพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันฺโท) และพระครูปลัดอ่ำ มีขนาดหน้าตักกว้าง ๑๑ วา สูงจากหน้าตักถึงเศียร ๑๘ วา สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กอันมีศิลปะงดงามโดดเด่น เม็ดพระศกทำด้วยไหกระเทียม เมื่อสร้างเสร็จแล้วได้ถวายพระนามว่า “พระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาล” สามารถมองเห็นแต่ไกลสวยงามก่อนเข้าสู่บริเวณวัด และวัดแห่งนี้ยังมีความร่มรื่นเหมาะแก่การเจริญสมาธิวิปัสสนากรรมฐาน สามารถสร้างจิตใจให้มีความสงบสุข ทำให้ประชาชนทั่วสารทิศเดินทางเข้ามาสู่วัดแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง
ประเภทสถานที่แล..
\"วัดกระเจียว\" บ้านบางขัน ตำบลงิ้วราย อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ------------------------------ สิ่งศักดิ์ภายในวัดกระเจียว 1.หลวงพ่อสรรเพ็ชรมุจจลินทร์ พระพุทธรูปหินทรายปางนาคปรกศิลปะลพบุรีสมัยขอม 2. หลวงพ่อไตรภูมิสุรสิหิงค์ พระพุทธรูปปางมาวิชัย ศิลปะอยุธยา 3.หลวงพ่อโต ติโลกนาถ พระพุทธรูปปางมาวิชัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ตำบลงิ้วราย อายุ 100 ปี 4.วังมัจฉาให้อาหารปลาและชมความงามริมฝั่งแม่น้ำลพบุรี
ประเภทสถานที่แล..
วัดหลวงท้ายตลาด เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2226 จากคำบอกเล่าที่สืบทอดกันมาว่า บริเวณแห่งนี้เคยเป็นสถานที่พักแรมของกองทัพในสมัยโบราณ ต่อมาพระมหากษัตริย์ทรงโปรดให้สร้างวัดขึ้น และพระราชทานนามว่า “วัดหลวงท้ายตลาด” วัดแห่งนี้ยังได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2230 นับเป็นศาสนสถานสำคัญของชุมชนและจังหวัดลพบุรี ภายในวัดตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ราบลุ่ม รายล้อมด้วยท้องนาอันเขียวขจี ให้บรรยากาศสงบ ร่มรื่น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและพักผ่อนจิตใจ มีอาคารเสนาสนะที่สำคัญ ได้แก่ อุโบสถซึ่งประดิษฐานพระประธานจำนวน 8 องค์ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ และกุฏิสงฆ์สำหรับพระภิกษุผู้จำพรรษา วัดหลวงท้ายตลาดไม่เพียงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมที่สะท้อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และศรัทธาของชุมชนอย่างงดงาม
ประเภทสถานที่แล..
วัดซาก ไม่ปรากฏประวัติความเป็นมาที่ชัดเจน เดิมบริเวณวัดมีเนินดินและซากเจดีย์ใหญ่ จากการขุดค้นพบว่าโบราณสถานวัดซากนี้มีการก่อสร้างทับซ้อนกันโดยฐานชั้นล่างเป็นศิลาแลง ส่วนฐานชั้นบนก่ออิฐ สันนิษฐานว่าคงจะสร้างขึ้นในสมัยลพบุรี (ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ – ๑๘) เป็นอย่างช้า และต่อมาได้รับการบูรณะในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในปี พ.ศ. ๒๒๓๑ พระเพทราชากับหลวงสรศักดิ์คบคิดกันจับเจ้าฟ้าอภัยทศและเจ้าพระยาวิชาเยนทร์มาประหารชีวิตที่วัดนี้พบชิ้นส่วนประติมากรรมขนาดใหญ่หลายชิ้น เช่น เศียรยักษ์ศิลา ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันส่วนหนึ่งเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี และบางส่วนได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันชาวบ้านได้สร้างวัดใหม่ขึ้นในบริเวณโบราณสถานและตั้งชื่อว่าวัดซาก ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดหินสองก้อนตามชื่อหมู่บ้าน ลักษณะรูปแบบศิลปกรรม ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นปรางค์ก่อด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยลพบุรี ปัจุบันพังทลายลงเหลือแต่ส่วนฐานย่อมุมมีบันไดขึ้นลงทั้งสี่ด้านและมีมุขยื่นออกมาทางด้านทิศตะวันออก (ด้านหน้า) ต่อมาในสมัยอยุธยามีการสร้างสิ่งก่อสร้างเพิ่มเติม ได้แก่ ระเบียงคตก่อด้วยอิฐ และใช้อิฐก่อซ่อมแซมองค์ปรางค์ในบางส่วน การขึ้นทะเบียน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๓ ตอนที่ ๒๔ วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๗๙
ประเภทสถานที่แล..
วัดคุ้งนาบุญ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลสี่คลอง อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2389 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2469 เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่ชุมชนมานาน
ประเภทสถานที่แล..
วัดเชิงท่า เป็นวัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรีฝั่งตะวันออก วัดเชิงท่าจึงมีอายุนานไม่น้อยกว่าสามร้อยปี กล่าวกันว่าเดิมชื่อวัดท่าเกวียนด้วยเป็นท่าของเกวียนลำเลียงสินค้าขนลงมาที่ท่าน้ำในบริเวณวัดแห่งนี้ ก่อนที่จะลำเลียงลงเรือส่งไปยังที่อื่นๆ พื้นที่ของวัดเชิงท่าตั้งขวางหน้าพระราชวังคือ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ด้านที่หันหน้าสู่แม่น้ำ ลพบุรีเกือบครึ่งด้าน จึงชวนให้สันนิษฐานว่า วัดเชิงท่าน่าจะสร้างก่อนพระราชวัง และนับได้ว่าวัดเชิงท่า จึงเป็นวัดที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมแห่งหนึ่งที่เชิดหน้าชูตา สร้างความงามสง่าทางศิลปวัฒนธรรมให้กับจังหวัดลพบุรีมาโดยตลอด
ประเภทสถานที่แล..
image_pdfimage_print วัดโคกหม้อ ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 9 ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี แต่เดิมเป็นวัดร้างสันนิษฐานว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยพระนครศรีอยุธยาเป็นราชธานี ต่อมาได้รับการบูรณะสร้างเป็นวัดขึ้นมาอีกครั้งและได้มีการพัฒนาจากความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนอย่างต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบัน วัดโคกหม้อได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งในด้านศาสนวัตถุและวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามตามภูมิปัญญาท้องถิ่น พิพิธภัณฑ์วัดโคกหม้อเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าของผู้ที่สนใจทั่วไป เป็นสถานที่จัดแสดงโบราณวัตถุหาดูได้ยาก มีการจัดเรียงจัดเก็บรวบรวมเป็นหมวดหมู่ เช่น พระพุทธรูปสมัยต่างๆ ที่มีความเป็นศิลปะไทย จีน และตะวันตก เครื่องปั้นดินเผา เครื่องเคลือบ เครื่องทองเหลือง เต่ากลายเป็นหิน รูปปั้นไม้สักแกะสลัก เงินตราหลายยุคสมัย เช่น เงินพดด้วง เฟื้อง ธนบัตรหายาก แม้กระทั่งคัมภีร์ใบลาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมายในวัดโคกหม้อ การเยี่ยมชมติดต่อล่วงหน้า โทร. 036-656737
ประเภทสถานที่แล..
พิพิธภัณฑ์เรือพื้นบ้านวัดยาง ณ รังสี เป็นพิพิธภัณฑ์เรือพื้นบ้านแห่งแรกของประเทศไทย จัดแสดงเรือโบราณอายุกว่า 100 ปี
ประเภทสถานที่แล..
วัดพรหมมาสตร์ วัดพรหมมาสตร์ หรือ วัดสามจีน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี เป็นวัดที่สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ ๒๔๑๐ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น เดิมเป็นวัดร้างอายุกว่า ๕๐๐ ปี จนราวปี พ.ศ.๒๒๐๕ เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงสถาปนาเมืองลพบุรี วัดจึงได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในคราวเดียวกัน ในช่วงนั้นมีการเจริญสัมพันธไมตรีกับชาวต่างชาติ มีชาวจีนเข้ามาทำการค้าในสยามประเทศ โดยมีเรือสำเภาเป็นพาหนะบรรทุกสินค้ามาค้าขายในกรุงศรีอยุธยาและเมืองลพบุรี ภายในมีศาสนสถาน อุโบสถ์และหมู่เจดีย์ อุโบสถ์ตกแต่งปลายกรอบหน้าบันเป็นเส้นตวัดขึ้น คล้ายหางมังกรแบบศาลเจ้าจีน หน้าบันผนังสกัดหน้าประดับลวดลายปูนปั้นเป็นรูปดอกไม้ ๔ ดอก ด้านล่างเป็นรูปบุคคลชายหญิง คุกเข่าพนมมือ ส่วนหน้าบันด้านหลังเป็นเรื่องพุทธประวัติ ผนังด้านข้างเจาะช่องแบบลูกฟัก ผนังด้านหน้ามีประตูเข้า ๒ ทางด้านหลังก่อทึบ เป็นอุโบสถมหาอุตม์ บูรณมาแล้ว ๓ ครั้ง ครั้งสุดท้ายโดยกรมศิลปกรในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ภายในมีฐานชุกชีเขียงขนาดใหญ่ประดิษฐาน พระประธาน ปูนปั้น ปางมารวิชัย และมีอัครสาวกทั้ง ๒ ข้างลักษณะคล้ายคนจริงตามแบบพระพุทธรูปที่นิยมสร้างในสมัยรัชกาลที่๕