ค้นหาภูมิปัญญาท้องถิ่น สถานที่สำคัญ และกิจกรรมดีๆ ในจังหวัดลพบุรี
ประเภทสถานที่แล..
วัดหลวงท้ายตลาด เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2226 จากคำบอกเล่าที่สืบทอดกันมาว่า บริเวณแห่งนี้เคยเป็นสถานที่พักแรมของกองทัพในสมัยโบราณ ต่อมาพระมหากษัตริย์ทรงโปรดให้สร้างวัดขึ้น และพระราชทานนามว่า “วัดหลวงท้ายตลาด” วัดแห่งนี้ยังได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2230 นับเป็นศาสนสถานสำคัญของชุมชนและจังหวัดลพบุรี ภายในวัดตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ราบลุ่ม รายล้อมด้วยท้องนาอันเขียวขจี ให้บรรยากาศสงบ ร่มรื่น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและพักผ่อนจิตใจ มีอาคารเสนาสนะที่สำคัญ ได้แก่ อุโบสถซึ่งประดิษฐานพระประธานจำนวน 8 องค์ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ และกุฏิสงฆ์สำหรับพระภิกษุผู้จำพรรษา วัดหลวงท้ายตลาดไม่เพียงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมที่สะท้อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และศรัทธาของชุมชนอย่างงดงาม
ประเภทสถานที่แล..
วัดซาก ไม่ปรากฏประวัติความเป็นมาที่ชัดเจน เดิมบริเวณวัดมีเนินดินและซากเจดีย์ใหญ่ จากการขุดค้นพบว่าโบราณสถานวัดซากนี้มีการก่อสร้างทับซ้อนกันโดยฐานชั้นล่างเป็นศิลาแลง ส่วนฐานชั้นบนก่ออิฐ สันนิษฐานว่าคงจะสร้างขึ้นในสมัยลพบุรี (ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ – ๑๘) เป็นอย่างช้า และต่อมาได้รับการบูรณะในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในปี พ.ศ. ๒๒๓๑ พระเพทราชากับหลวงสรศักดิ์คบคิดกันจับเจ้าฟ้าอภัยทศและเจ้าพระยาวิชาเยนทร์มาประหารชีวิตที่วัดนี้พบชิ้นส่วนประติมากรรมขนาดใหญ่หลายชิ้น เช่น เศียรยักษ์ศิลา ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันส่วนหนึ่งเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี และบางส่วนได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันชาวบ้านได้สร้างวัดใหม่ขึ้นในบริเวณโบราณสถานและตั้งชื่อว่าวัดซาก ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดหินสองก้อนตามชื่อหมู่บ้าน ลักษณะรูปแบบศิลปกรรม ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นปรางค์ก่อด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยลพบุรี ปัจุบันพังทลายลงเหลือแต่ส่วนฐานย่อมุมมีบันไดขึ้นลงทั้งสี่ด้านและมีมุขยื่นออกมาทางด้านทิศตะวันออก (ด้านหน้า) ต่อมาในสมัยอยุธยามีการสร้างสิ่งก่อสร้างเพิ่มเติม ได้แก่ ระเบียงคตก่อด้วยอิฐ และใช้อิฐก่อซ่อมแซมองค์ปรางค์ในบางส่วน การขึ้นทะเบียน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๓ ตอนที่ ๒๔ วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๗๙
ประเภทสถานที่แล..
ข้อมูล : เจดีย์เก้าหน้ามหามงคล บรรจุพรพบรมสารีริกธาตุ และเทิดพระเกียริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ภายในวัดมีพระพุทธรูปที่งดงาม และเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนในตำบลและเขตพื้นที่ใกล้เคียง
ประเภทสถานที่แล..
วัดคุ้งท่าเลา จ.ลพบุรี มีการนำเอาตำนานเมืองลพบุรี เกี่ยวกับเรื่องรามเกียรติ์ มาประยุกต์เป็นศิลปะในสถาปัตยกรรมต่างๆ ภายในวัด ในอดีตเคยเป็นที่พำนักของพระเกจิอาจารย์ดัง คือ หลวงพ่อชื่น แห่งวัดคุ้งท่าเลา อ.บ้านหมี่
ประเภทสถานที่แล..
วัดน้ำบ่างามวิชา สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย โดยมีพระครูโสภณคุณวัตร (โสภณ โสภโณ)เจ้าอาวาสวัดน้ำบ่างามวิชา มีโบถส์มีประติมากรรมพญานาคแบบเดียวกับวัดร่องขุน
ประเภทสถานที่แล..
เจดีย์วัดเชียงงา ก่อสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๙๕ เป็นอุทเทสิกเจดีย์สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นโดยจำลองแบบมาจากธาตุฝุ่น พระธาตุสำคัญประจำเมืองคูนหรือเมืองเชียงขวางของชาวพวน เพื่อสักการะบูชา และความเป็นสิริมงคลของชุมชน ลักษณะรูปแบบทางสถาปัตยกรรมเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงระฆัง ศิลปะรัตนโกสินทร์ผสมผสานกับศิลปะลาวและศิลปะมอญ-พม่า มีขนาดความสูง ๒๙.๒๐ เมตร ส่วนฐานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด ๑๔.๒๘ x๑๔.๒๘ เมตร ชั้นล่างสุดเป็นฐานบัวลูกแก้วที่มีท้องไม้ยืดสูง มีการเจาะเป็นช่องโค้งด้านละ ๒ ช่อง เข้าไปยังห้องคูหาใต้ฐานเจดีย์ซึ่งเชื่อมต่อกันโดยรอบ ฐานเจดีย์ชั้นที่สองทำเป็นฐานสิงห์อยู่ในผังเพิ่มมุมไม้ยี่สิบ ตรงกึ่งกลางด้านมีซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูป หลังคาซุ้มเป็นรูปเจดีย์ขนาดเล็กตกแต่งด้วยลายปูนปั้น มีราวบันไดนาครับ ทั้ง ๔ ทิศ ตรงมุมของฐานเจดีย์ชั้นที่สองประดับด้วยรูปสิงโตจีนปูนปั้น ถัดเหนือขึ้นไปเป็นชุดฐานบัวลูกแก้ว มีบัวคว่ำ บัวหงายเอนลาด และลูกแก้วขนาดใหญ่อยู่ในผังเพิ่มมุมไม้ยี่สิบซ้อนลดหลั่นกัน ๒ ชั้น รองรับบัวกลุ่ม และองค์ระฆังขนาดเล็กประดับด้วยรัดอกตกแต่งลายเฟื่องอุบะ ลายดอกไม้ ๘ กลีบและลายใบโพธิ์ปูนปั้น เหนือรัดอกขึ้นไปมีรูปยักษ์ยืนถือดอกบัว และบัวคอเสื้อประดับที่ไหล่ระฆัง ไม่มีบัลลังก์ ส่วนยอดประกอบด้วย ปล้องไฉนจำนวน ๙ ชั้น ตกแต่งด้วยลายกลีบบัว และลายดอกเบญจมาศ มีปัทมบาทคั่นระหว่างปล้องไฉนกับปลียอดแบบปลียาว มีบัวลูกแก้วคั่น ส่วนยอดบนสุดประดับฉัตรโลหะผสมฉลุลาย
ประเภทสถานที่แล..
วัดหนองหินใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ใน ตำบลสายห้วยแก้ว (Sai Huai Kaeo), อำเภอบ้านหมี่, จังหวัดลพบุรี
ประเภทสถานที่แล..
วัดกัทลีพนาราม (วัดบ้านกล้วย) อยู่ห่างจากตลาดอำเภอบ้านหมี่ ประมาณ 2 กิโลเมตร เดิมชื่อว่า วัดบ้านกล้วย ต่อมาเปลี่ยนเชื่อเป็น \'\"วัดกัทลีพนาราม\"\' สร้างขึ้นปี พ.ศ. 2360 มีเนื้อที่ 23 ไร่ 1 งาน 16 ตารางวา เป็นวัดสำคัญของชุมชนชาวไทพวน สิ่งที่น่าสนใจ ของวัดนี้คือ พระอุโบสถขนาดใหญ่แบบจตุรมุขที่สวยงาม มีวิหารเก่าแก่หลังเล็กและเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองรูปทรง งดงามมาก ศาลาการเปรียญมีลวดลายฉลุไม้ตกแต่งสวยงาม ภายในมีธรรมาสน์เก่าประดับเครื่องพุทธบูชาแบบของ ชาวไทยพวนคือ \"ธงแว่น\" วันที่ 25 กรกฎาคม 2512 เวลาเช้า พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณเสด็จพระราชดำเนินไปทรงยก ช่อฟ้าพระอุโบสถวัดกัทลีพนาราม (วัดบ้านกล้วย) อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี
ประเภทสถานที่แล..
วัดหนองทรายขาวไม่ใช่วัดชื่อดังแต่ก็มีดีพอจะทำให้ใครบางคนรีบเปิดไฟเลี้ยวรถ หรือบ้างอาจต้องหยุดจอดแล้วถอยหลัง บ้างอาจเลยไปต้องวนรถกลับ เพราะจากถนนมองเข้าไปสามารถเห็นรูปปั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี สีทองอร่ามโดดเด่นเป็นสง่า ยิ่งเข้าไปแล้วต้องร้องโอ้ด้วยว่ามีอะไรให้ชมอีกมากมายก่ายกอง ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก สมเด็จโตหรือหลวงพ่อโตองค์ใหญ่แค่เรียกน้ำย่อย ข้างพระอุโบสถมีรูปปั้นพระเถระซึ่งชาวไทยเราเคารพมากมาย อาทิ หลวงปู่ทวด หลวงปู่มั่น หลวงปู่ศุข หลวงพ่อคูณ และอื่นๆ อีกมากมาย ขณะที่งานปูนปั้นใหญ่โตยังมีอีกเพียบอย่าง พระสีวลีด้านหน้าพระอุโบสถ พระสังกัจจายน์ พระราหูอมจันทร์ ปู่หมอชีวกโกมารภัจจ์ พระพิฆเนศ พระอินทร์ พญายม หรือแม้กระทั่ง ขงเบ้ง! พอเดินเข้าไปภายในยังมีสวนไม้ร่มรื่นซึ่งจัดเป็นสวนพุทธ มีรูปปั้นแสดงประวัติองค์พระสัมมาสัมพุธเจ้า บอกเลยว่าวัดธรรมดาแห่งนี้ไม่ธรรมดาสักนิด
ประเภทสถานที่แล..
พิพิธภัณฑ์ไทยพวน วัดบ้านทราย จังหวัดลพบุรี ซึ่งจัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวไทยพวน