ค้นหาภูมิปัญญาท้องถิ่น สถานที่สำคัญ และกิจกรรมดีๆ ในจังหวัดลพบุรี
ประเภทสถานที่แล..
เมื่อปี พ.ศ.2550 มีประชาชนในพื้นที่เขตตำบลชัยบาดาล ได้ตั้งแผงค้าขายปลาบริเวณสะพานทางเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในปัจจุบัน โดยมีประชาชนที่ประกอบอาชีพประมงนำปลาที่จับได้มาส่งให้กับแม่ค้า ซึ่งเป็นการเกื้อหนุนกันในการประกอบอาชีพของประชาชน และเมื่อปี พ.ศ.2541 ได้มีโครงการก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ขึ้น ทำให้ประชาชนที่ทำการ ประมง และค้าขายบริเวณนั้น ได้รับความเดือดร้อน ทางองค์การบริหารส่วนตำบลชัยบาดาล จึงได้ทำหนังสือเพื่อขอให้พื้นที่ของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จัดตั้งเป็นตลาดปลาขึ้น เพื่อลดความเดือดร้อน และส่งเสริมการประกอบอาชีพของประชาชนในตำบลชัยบาดาล และตำบลมะกอกหวาน และในการก่อตั้งตลาดปลาขึ้นมีผลตอบรับที่ดีมาก จากประชาชนทั่วไปที่ใช้เส้นทางนี้ในการสัญจรไปมาก็จะแวะเข้าเยี่ยมชม และซื้อปลาจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์กลับไปเป็นของฝากและประกอบอาหาร องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบาดาล จึงเล็งเห็นความสำคัญของตลาดปลา และพัฒนาตลาดปลาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นด้านความสะอาด ความปลอดภัยและถูกสุขลักษณะทำให้ประชาชนที่คิดจะประกอบอาชีพค้าขายเข้ามาจองแผงปลาเพิ่มขึ้น เพื่อค้าขายปลา และนำปลามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของฝาก ปัจจุบันมีแผงกว่า 70 แผงค้า ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลชัยบาดาลได้ก่อตั้งสถานที่ค้าขายปลามาเป็นตลาดปลา เพราะทางตลาดปลาจำหน่ายปลาที่หามาจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2554 องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบาดาล ได้จัดทำโครงการ กินปลา ชิมพุทรา ชัยบาดาล ครั้งที่ 1 ขึ้นเพราะเขตตำบลชัยบาดาล และตำบลมะกอกหวาน มีการประกอบอาชีพประมง และเกษตรกรก็นิยมปลูกพุทรา ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ และเทศกาลต่างๆ จะมีการตั้งแผงลอยขึ้นตามเส้นทาง องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบาดาลจึงจัดโครงการนี้ขึ้น เพื่อส่งเสริมอาชีพของประชาชน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ซึ่งในปีนั้นได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดพิธีโครงการ กินปลา ชิมพุทราชัยบาดาล ครั้งที่ 1 หลังจากในช่วงเทศกาลปีใหม่ ก็จะจัดโครงการกินปลา ชิมพุทราชัยบาดาล ขึ้นทุกๆ ปี
ประเภทสถานที่แล..
วัดเขายายกะตา ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ติดกับถนนสุระนารายณ์ หมายเลข 205 มีพระสงฆ์จำวัด 6-7 รูป เมื่อเข้ามาภายในบริเวณวัดมีบรรยากาศสงบ ร่มรื่น มีเจดีย์สีทองซึ่งบรรจุพระบรมสาลีริกธาตุที่นำมาจากประเทศศรีลังกา และมีรอยพระพุทธบาทให้กราบไหว้ นอกจากนั้น ภายในวัดยังมีภูเขาที่เรียกว่าเขายยายกะตา บนยอดเขามีจุดชมวิวที่สวยงาม มีบันไดทางขึ้นภายในวัด ความสูงถึงยอดเขากว่า 500 ขั้น เขายายกะตา เป็นสถานที่สำคัญของตำบลลำนารายณ์ ซึ่งหากกล่าวในมุมมองของนักท่องเที่ยวจัดว่าเป็นไฮไลต์ ( Hi light ) เพราะเป็นยอดเขาที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมทิวทัศน์ รับอากาศบริสุทธิ์ และสำหรับชาวลำนารายณ์ นั้น เขายายกะตา ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของชุมชนเป็นสถานที่คู่บ้านคู่เมืองของชาวตำบลลำนารายณ์ ระหว่างทางขึ้นทั้งสองข้างแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ เดินสูดรับอากาศบริสุทธิ์ไปตลอดจนถึงยอดเขา โดยก่อนถึงยอดเขาจะพบรูปปั้นยายกะตาให้กราบไหว้ขอพร เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาจะมีศาลาสำหรับนั่งชมวิวโดยจะมองเห็นทิวทัศน์และอาณาเขตของตำบลลำนารายณ์ที่กลายเป็นเมืองที่ถูกล้อมด้วยภูเขาและธรรมชาติอย่างสวยงาม สำหรับที่มาของชื่อ “เขายายกะตา” นั้น คุณพ่อของคุณตาระยับเล่าว่าเจ้าของภูเขานี้เป็นผู้หญิงชื่อ ตา ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า เขายายตา โดยเมือปี พ.ศ. 2512 เขายายกะตายังมีถ้ำลึกระยะทางยาวเชื่อมต่อไปถึงแม่น้ำป่าสัก โดยมีเรื่องเล่าในอดีตว่า เมื่อครั้งที่ปากถ้ำยังเปิดจะพบสมบัติจำนวนมากมายอยู่ภายในถ้ำ ทั้งเพชรนิลจินดาและของมีค่าอย่างอื่น โดย ยายตา ซึ่งเป็นผู้ดูแลถ้ำหรือเจ้าที่จะเป็นคนใจดีอนุญาตให้ชาวบ้านได้หยิบยืมทรัพย์สมบัติหรือข้าวของเครื่องใช้ไปใช้ในงานได้ เมื่อใช้เสร็จก็ให้นำมาคืนไว้ที่เดิมแต่ต่อมาไม่นาน ยายตา ก็ได้ปิดปากถ้ำนั้นเพราะความไม่ซื้อสัตย์ของชาวบ้านซึ่งเป็นชายคนสนิทของยายตาที่หยิบยืมข้าวของไปทำพิธีแล้วไม่นำมาคืน โดยเมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำของเดือน ชาวบ้านมักจะได้ยินเสียงของปี่พาทย์และแสงไฟพุ่งขึ้นสู่ยอดเขา สำหรับเขายายกะตา เป็นยอดเขาสูงมีบันไดทางขึ้นอยู่ในวัดเขายายกะตา เป็นภูเขาที่มีความศักดิ์สิทธิ์ บรรดาชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจะนิยมบนบานกับวัดเขายายกะตา เช่น เมื่อมีอาการเจ็บป่วยก็จะบนบานขอให้ยายกะตาช่วยเหลือ หรือเมื่อวัวที่ชาวบ้านเลี้ยงหายก็มักจะได้คืนเสมอ หรือหากมีคนขึ้นไปบนยอดเขาโดยที่ไม่สอบถามผู้ที่มาอยู่ก่อนและส่งเสียงดังรบกวนก็จะมีก้อนหินกลิ้งลงมา หรือมีอาการชักหมดสติก่อนเสมอ และในทุกปีจะมีประเพณีขึ้นเขายายกะตา ส่วนในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นกิจกรรม "สัญญารัก เขายายกะตา"
ประเภทสถานที่แล..
วัดสุธาวาส(วัดท่ากรวด)เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม ศิลปกรรม และประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของไทย เป็นศูนย์กลางชุมชนที่สั่งสมอารยธรรม อบรมธรรมะ ปฏิบัติธรรม และเก็บรักษาประเพณีดั้งเดิม ช่วยยกระดับจิตใจและเป็นแหล่งศึกษาเชิงวัฒนธรรม ทั้งสำหรับคนไทยในการทำบุญและชาวต่างชาติในการชมสถาปัตยกรรม
ประเภทสถานที่แล..
แหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาว เป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีสำคัญของจังหวัดลพบุรี ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยก่อนประวัติศาสตร์อยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องวิถีชีวิตของมนุษย์ในอดีตกว่า 3,000 ปีมาแล้ว
ประเภทสถานที่แล..
ศูนย์การเรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติพึ่งตนเอง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บ้านรถไฟพัฒนา หมู่ที่ 10 ตำบลลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เป็นศูนย์การเรียนรู้ทางด้านเศรษฐกิจพอเพียงและการเรียนรู้ในวิชาชีพ สำหรับนักเรียน นักศึกษา ประชาชน หรือหน่วยงานต่างๆ ที่มีความสนใจในการเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง นำทีมโดยนางสาวอรวรา เทียมกลิ่น ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 10 ตำบลลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้านหมู่ 10 ตำบลลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
ประเภทสถานที่แล..
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ต.มะกอกหวาน: เป็นแหล่งเรียนรู้หลักที่ถ่ายทอดความรู้ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่และการพึ่งพาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
ประเภทสถานที่แล..
สถานที่ปฏิบัติจิตธรรมแดนธรรม กราบสักการะองค์พระุทธะนาคะมหาราชาเทวะ
ประเภทสถานที่แล..
วัดอัมพวันวนารามตั้งอยู่เลขที่ 11 บ้านม่วงค่อม หมู่ที่ 1 ตำบลม่วงค่อม อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 15 ไร่ พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ อยู่ริมถนนสุระนารายณ์ทางด้านใต้การคมนาคมสะดวก อาคารเสนาสนะต่างๆ มี อุโบสถกว้าง 5.50 เมตร ยาว 17 เมตร สร้าง พ.ศ. 2523 ศาลาการเปรียญกว้าง 12 เมตร ยาว 24 เมตร สร้าง พ.ศ. 2501 หอสวดมนต์กว้าง 12 เมตร ยาว 24 เมตร สร้าง พ.ศ. 2520 กุฎิสงฆ์ จำนวน 3 หลัง หอระฆังและฌาปนสถาน วัดอัมพวันวนาราม สร้างขั้นเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ.2482 มีผู้บริจาคที่ดิน 3 ราย คือ นายใบ, นายเชียงและนายบุดดา บริจาคให้เป็นที่สร้างวัดคนละ 5 ไร่ เดิมเรียกว่า “วัดม่วงค่อม” ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2519 และเป็นหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล เจ้าอาวาสมีนามว่า พระใบฎีกาจันทร์ ธีรปญฺโญ
ประเภทสถานที่แล..
วัดสิรโสภณวนาราม (หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า วัดเขาบัลลังก์) มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจดังนี้: ประวัติการก่อตั้ง การสร้างวัด: เดิมทีสถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของ "เขาบัลลังก์" (หรือเขาระวัง) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสงบและสัปปายะ สถานะทางสงฆ์: ได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 สังกัด: เป็นวัดราษฎร์ในสังกัดคณะสงฆ์ ธรรมยุติกนิกาย ที่มาของชื่อ "เขาบัลลังก์" ชื่อวัดมีที่มาจากลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาที่ชาวบ้านเรียกว่า เขาบัลลังก์ ในเขตบ้านเขาศิริบรรพต ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐาน องค์จำลองศาลพระกาฬ ซึ่งจำลองมาจากศาลพระกาฬในตัวเมืองลพบุรี เพื่อให้เป็นที่เคารพสักการะและขอพรของคนในพื้นที่ ลักษณะเด่นและเจ้าอาวาส เจ้าอาวาส: ปัจจุบันมี หลวงพ่อฟ้าลิขิต โชติธัมโม เป็นเจ้าอาวาสและผู้ดูแลพัฒนาวัด บรรยากาศ: เป็นวัดป่าที่เน้นความวิเวก เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและพักผ่อนจิตใจ เนื่องจากตั้งอยู่ห่างไกลจากความวุ่นวายและล้อมรอบด้วยธรรมชาติเชิงเขา
ประเภทสถานที่แล..
วัดเชิงท่า เป็นวัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรีฝั่งตะวันออก วัดเชิงท่าจึงมีอายุนานไม่น้อยกว่าสามร้อยปี กล่าวกันว่าเดิมชื่อวัดท่าเกวียนด้วยเป็นท่าของเกวียนลำเลียงสินค้าขนลงมาที่ท่าน้ำในบริเวณวัดแห่งนี้ ก่อนที่จะลำเลียงลงเรือส่งไปยังที่อื่นๆ พื้นที่ของวัดเชิงท่าตั้งขวางหน้าพระราชวังคือ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ด้านที่หันหน้าสู่แม่น้ำ ลพบุรีเกือบครึ่งด้าน จึงชวนให้สันนิษฐานว่า วัดเชิงท่าน่าจะสร้างก่อนพระราชวัง และนับได้ว่าวัดเชิงท่า จึงเป็นวัดที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมแห่งหนึ่งที่เชิดหน้าชูตา สร้างความงามสง่าทางศิลปวัฒนธรรมให้กับจังหวัดลพบุรีมาโดยตลอด
ประเภทสถานที่แล..
วัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่ม โดยทางด้านทิศเหนือของวัดติดกับแม่น้ำลพบุรี ทางด้านทิศตะวันออกติดกับถนนสาธารณะที่แบ่งกั้นระหว่างวัดกับที่ดินของประชาชน เช่นเดียวกับทางด้านทิศใต้และทิศตะวันตก วัดพยัคฆารามมีการจัดผังแบบวัดที่ไม่ได้กำหนดขอบเขตที่ชัดเจน สะท้อนถึงการจัดแผนผังแบบวัดราษฎร์ เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานเป็นหลัก โดยใช้พื้นที่ว่างหรือแนวถนนภายในวัดเป็นสิ่งที่แบ่งขอบเขต จากสภาพปัจจุบันพบว่าอาคารที่เป็นประธานหลักที่มีความสำคัญที่สุดของวัดคืออุโบสถ จะตั้งอยู่บริเวณกลางของพื้นที่วัด มีกำแพงแก้วล้อมรอบกำหนดพื้นที่อย่างชัดเจน ทั้งนี้ทางด้านทิศใต้ของอุโบสถปรากฏวิหาร ๑ หลัง ส่วนพื้นที่ทางด้านทิศเหนือของวัดที่ติดกับแม่น้ำลพบุรี ถือเป็นพื้นที่เขตสังฆาวาสของวัด โดยพื้นที่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นที่ตั้งของกุฏิสงฆ์ ตลอดแนวตามแนวกำแพงวัดด้านทิศตะวันตก นอกจากนี้ยังมีเวจกุฏี (ส้วมพระ) และหอระฆัง ปลูกสร้างอยู่ด้วย ในส่วนด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่ตั้งของศาลาการเปรียญและหอระฆังเก่า โครงสร้างก่ออิฐถือปูน บริเวณทางด้านทิศเหนือของศาลาการเปรียญถัดออกไปเป็นศาลาท่าน้ำ แม้ว่าพื้นที่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่มีศาลาการเปรียญสำหรับปฏิบัติศาสนกิจสำหรับพระสงฆ์ แต่ในปัจจุบันศาลาการเปรียญนี้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่ทางวัดและชาวบ้านใช้งานร่วมกัน ดังนั้นลักษณะการจัดแผนผังของวัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) จึงเป็นการแบ่งผังแบบขนาน โดยกำหนดให้ทางฝั่งด้านทิศตะวันตกของวัดเป็นเขตสังฆาวาส ประกอบด้วยกุฏิสงฆ์ เวจกุฎี(ส้วมพระ) หอระฆัง(หลังใหม่) ส่วนด้านทิศตะวันออกเป็นเขตพุทธาวาส มีอุโบสถ วิหาร แต่ทั้งนี้ก็ยังมีอาคารที่ถือว่าเป็นอาคารในเขตสังฆาวาสแต่มีการใช้งานร่วมกัน อย่างศาลาการเปรียญและหอระฆัง (หลังเก่า) อยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกด้วย
ประเภทสถานที่แล..
วัดคลองเม่า ตั้งอยู่เลขที่ 31 บ้านคลองเม่า หมู่ที่ 6 ตำบลโคกสลุด อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 12 ไร่ 1 งาน 81 ตารางวา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2443 วัดคลองเม่า สร้างขึ้นเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2428 เดิมเรียกว่า “วัดไผ่ขวาง” พื้นที่ตั้งวัดเป็นพื้นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง ภายในบริเวณวัดได้สร้างอาคารเสนาสนะต่าง ๆ มีอุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ.2494 ศาลาการเปรียญสร้างเป็นอาคารไม้ หอสวดมนต์ สร้างเมื่อ พ.ศ.2490 กุฏิสงฆ์มี 2 หลัง เป็นอาคารคอนกรีต และยังมีโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการ และ สถานีอนามัยตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัดนี้ด้วย สำหรับปูชนียวัตถุ มีพระประธานในอุโบสถ